วันๆหนึ่งเลยผ่านพ้นไป ชีวิตคนเราไม่อาจสามารถไหลทวนกระแสเวลาได้ เมื่อการเคลื่อนตัวของมวลอากาศธาตุแห่งชีวิต กลืนหายไปกับปัจจัยและสภาพแวดล้อมทั้งหลาย ก็ก่อให้เกิดเหตุการณ์แผ่กระจายทะลักออกมามากมายนับไม่ถ้วน ถ้าเราสามารถเอื้อมมือของเราไปคว้าสิ่งเหล่านี้ไว้ได้ มันก็คงเหมือนกับได้สัมผัสกับไอควันสีขาวจางๆ ที่แผ่วเบาและให้ความรู้สึกที่พิเศษ และหากสามารถนำมาบรรจุขวดแก้วใสสะอาดได้ เราก็คงจะเพลิดเพลินกับการได้เฝ้ามองดู มวลสารอัศจรรย์ที่ว่า ไหลวกวนไปมาภายในขวดนี้อย่างใจจดใจจ่อ แต่ท้ายที่สุดแล้วเราก็ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ ..
ประสบการณ์ชีวิตหล่อหลอมให้เรากำเนิดตัวตนใหม่ทุกๆวัน ถ้าจะขยายความก็คือ ตัวเราในแต่ละวันนั้นไม่ใช่คนๆเดิม ด้วยความคิดที่ว่าตัวตนของเราในแต่ละวันนั้นเป็นตัวตนใหม่ที่เข้ามาแทนที่ตัวตนเก่าของเมื่อวานและใช้ความทรงจำและประสบการณ์ของเมื่อวาน สานต่อสิ่งใหม่ๆในวันใหม่ ถ้าเช่นนั้นความรู้สึกที่เคยเกิดขึ้นมาในวันก่อนๆนั้น มันก็คงจะเจือจางลงเรื่อยๆ แต่อาจจะเป็นเพียงคนบางคนเท่านั้นที่พยายามจะเหนี่ยวรั้งความรู้สึกบางอย่างที่เคยเกิดขึ้นเอาไว้ ทั้งๆที่ถ้าปล่อยให้มันไหล่ผ่านไปดั่งไอควันสีขาว ก็คงจะรู้สึกแตกต่างไปจากนี้อย่างมาก การใช้ชีวิตของเรานั้นคล้ายมีอากาศหลากสีวนเวียนเคลื่อนไปมาอยู่รอบๆตัว เมื่อใดที่อารมณ์ของเราแปรเปลี่ยน อากาศบางสีก็จะจับตัวแข็งเกาะกุมจิตใจของเรา ดั่งเช่นน้ำที่กำลังเคลื่อนที่ค่อยๆกลายเป็นน้ำแข็งเมื่ออุณหภูมิต่ำลง บางครั้งการปล่อยให้อากาศหลากสีจับตัวแข็งในจิตใจเรามากเกินไป ก็ทำให้ความทรงจำและการกระทำบางอย่างผิดเพี้ยนไป การจะอธิบายสิ่งเหล่านี้คงเป็นไปไม่ได้เหมือนกับการที่เราจะสามารถบรรจุความรู้สึกของคนทั้งหมดในโลกนี้ลงไปในตัวเราเพียงคนเดียว ถ้าเป็นเช่นนั้น ความรู้สึกนั้นคงจะทำให้จิตใจของเราปริแตกออก กลายเป็นผงธุลีแห่งความเขลาเป็นแน่แท้..
ถ้าเราสามารถเลือกสีอากาศบางสีมาเป็นของเราได้ก็คงดีไม่น้อย สีที่เราชื่นชอบถ้ามันมาไหลอยู่รอบตัวเราตลอดเวลา ความรู้สึกที่เป็นความสุขคงจะก่อเกิดอยู่กับเราตลอดเวลา แต่แน่นอนว่าไม่มีทางเป็นเช่นนั้นได้ สีที่เราชอบ ก็ต้องมีบางคนที่ชอบมันเช่นเดียวกับเรา ดังนั้นเราก็จำเป็นต้องรอคอยให้มวลอากาศสีนั้นล่องลอยกับมาหาเราอีกครั้ง ไม่อาจรั้งมันไว้อยู่กับเราได้ตลอดไป คนอื่นก็เช่นกัน เมื่ออากาศสีที่เราต้องการล่องลอยไปหาผู้อื่น อากาศสีอื่นๆก็จะวนกลับมาหาเราเพื่อสร้างความรู้สึกที่แตกต่าง นอกจากความสุขให้กับเราขึ้นมาเช่นกัน
คนๆหนึ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเราในแต่ละช่วง ก็คล้ายกับเครื่องมือดัดแปลงชีวิตของเรา บางคนสามารถเปลี่ยนให้เรากลายเป็นคนใหม่ได้ ความไม่แน่ใจ บางครั้งก็ทำให้เราแปรปวนเหมือนฤดูกาลที่ผิดเพี้ยน เช่นในฤดูร้อนวันหนึ่งอาจมีฝนตกลงมา หรือในฤดูหนาวบางคราก็ต้องมีสักวันที่รู้สึกอบอ้าวขึ้นมาเช่นกัน การเลือกกุมมือบางคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเอาไว้จะทำให้ความรู้สึกของทั้งเราและเขารวมตัวกัน มวลอากาศหลากสีรอบตัวทั้งสองคนจะสามารถรวมกันก่อเกิดกลายเป็นสีสรรใหม่ได้รึเปล่า ขึ้นอยู่กับคนๆนั้นจะมีสีแบบไหนวนเวียนอยู่ และถ้าเกิดว่าสีที่เขาชอบคล้ายคลึงกับเรา (ใช้คำว่าคล้ายคลึง เพราะสีๆหนึ่งก็คงต้องมีหลากหลายเฉด หลายระดับ) เมื่อผสมกันแล้วกลมกลืนไปด้วยกัน ค่าความสุข และความรู้สึกที่เกิดขึ้นมา คงจะเป็นทวีคูณเป็นแน่ แต่อย่างที่เคยกล่าวว่ามวลอากาศเหล่านี้เราไม่อาจเหนี่ยวรั้งไว้กับเราหรือทั้งคู่ได้เพียงผู้เดียว ดังนั้นกระแสเวลาก็จะพัดพาสิ่งดีๆเหล่านี้ออกไปจากเรา ถ้าเขาคนนั้นช่วยเราเหนี่ยวรั้งเอาไว้ด้วยกัน บางทีเหตุการณ์พิเศษก็อาจจะเกิดขึ้นมา ทำให้มวลอากาศจับตัวแข็งตลอดไป
..แต่จะทำเช่นใดให้เป็นอย่างนั้นได้ ในเมื่อตัวตนใหม่ของเรานั้นเปลี่ยนแปลงไปอยู่ทุกวัน หรือเราจะละทิ้งตัวตนในวันก่อนและเลิกที่จะยินยอมให้ตัวตนของเราในวันใหม่เข้ามาแทนที่กันนะ ถ้าทำอย่างนั้น ตัวเรารวมถึงจิตใจ อาจจะถูกหยุดนิ่งไว้ ณ ชั่วเวลาใดเวลาหนึ่ง และเกิดผลกระทบกับหลายสิ่งที่เป็นอยู่รอบๆตัวเราก็เป็นได้ สิ่งที่จะได้กลับมาคือการก่อเกิดความรู้สึกใหม่ (อาจจะเป็นสิ่งที่เรียกว่าความสุขถ้าเราต้องการให้เป็นแบบนั้น) ของเราและคนที่เรากุมมือไว้ ..ทำให้เราสามารถกุมมือกับเขา เดินไปสู่ทุ่งหญ้ากว้างสีรุ้งด้วยกัน และตรงไปที่ไหนสักแห่ง ที่ไกลแสนไกล ที่ๆกระแสแห่งเวลาและไอควันสีขาวจาง ไม่อาจเข้ามาพลัดพามวลอากาศแห่งความสุขนี้ ไปจากเราได้ตลอดกาล
.
.
.
เพ้อเป็นละรอก